พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562




หน้าแรก
ประวัติความเป็นมา
วิสัยทัศน์ / พันธกิจ
ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป
อำนาจหน้าที่/ ภารกิจ
สถานที่สำคัญ
สำนักงานเทศบาล

โครงสร้างการบริหารงาน
     เทศบาลตำบลปากน้ำ

โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ
คณะผู้บริหารเทศบาลตำบล
สมาชิกสภาเทศบาล
หัวหน้าส่วนราชการ
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
กองสาธารณสุขฯ

กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน
ผู้นำชุมชนเทศบาล
อาสาสมัคร อสม.
อาสาสมัคร อปพร.
สภาเด็กและเยาวชน

แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี
แผนการดำเนินงานประจำปี
แผนการจัดซื้อจัดจ้าง
     หรือแผนการจัดหาพัสดุ

แผนชุมชน
แผนปฏิบัติการป้องกัน
    และบรรเทาสาธารณภัย

แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต
แผนอัตรากำลัง

เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
รายงานประมาณการ
    รายรับ-รายจ่าย

รายละเอียดประมาณการรับ
 รายจ่ายงบประมาณรายจ่ายทั่วไป

รายงานงบรายรับ-รายจ่าย
     ประจำปี
รายงานการกำกับติดตาม
 การใช้จ่ายงบประมาณรอบ 6 เดือน

รายงานการจัดเก็บรายได้
รายงานการเงินประจำปี

แถลงนโยบายนายกต่อสภา
ประกาศกำหนดสมัยประชุม
     สภาเทศบาลตำบลปากน้ำ

ประกาศเรียกประชุมสภาฯ
รายงานการประชุมสภาฯ
รายงานประชุมผู้บริหาร
รายงานผลการปฏิบัติงาน
     ประจำปี

สรุปผลจัดซื้อจัดจ้าง
     หรือการจัดหาพัสดุ

รายงานผลจัดซื้อจัดจ้าง
     หรือการจัดหาพัสดุ(สขร.)

รายงานติดตามและประเมินผล
รายงานการกำกับติดตาม
  การดำเนินงานรอบ6เดือน

รายงานผลการดำเนินงาน
     ประจำปี

มาตรฐานการปฏิบัติงาน
มาตรฐานการให้บริการ
ข้อมูลเชิงสถิติการให้บริการ
ข้อมูลเชิงสถิติเรื่องร้องเรียน
     การทุจริตประจำปี

แนวปฏิบัติการจัดการ
     เรื่องร้องเรียนการทุจริต

เจตจำนงสุจริต
องค์ความรู้ที่ใช้ในองค์กร
จดหมายข่าวเทศบาล
สื่อสิ่งพิมพ์/แผ่นพับ
กฎหมายและระเบียบต่างๆ
ลดขั้นตอนระยะเวลา
     การปฏิบัติงาน

กองทุนหลักประกันสุขภาพ
กองทุนหมู่บ้าน
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ/ผู้พิการ
ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน
ผู้ดูแลระบบ
ศูนย์ข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์เทศบาลตำบลปากน้ำ
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
เฟสบุ๊คเทศบาลตำบลปากน้ำ
แบบวัดความพึงพอใจ
การบริหารงานบุคคล
โครงการ ITA
หนังสือสถจ.ฉะเชิงเทรา
Visited :
เริ่มนับตั้งแต่
วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559
หน้าหลัก ข่าว กิจกรรม สินค้า OTOP กระดานสนทนา ท่องเที่ยว ติดต่อ อบต.
 
  เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการ เทศบาลตำบลอุทัย
 
     
 
 
  โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการ

  • ระเบียบจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเกิน 60 ปีบริบริบูรณ์ เดือนละ 500 บาท
     
    เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างทั่วถึง โดยการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุรายเดือนๆ ละ 500 บาท ตั้งแต่เมษายน พ.ศ.2552 เป็นต้นไป ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ทั้งนี้เพื่อให้ผู้สูงอายุมีชีวิตที่มีคุณค่า มีเกียรติภูมิ คงศักดิ์ความเป็นมนุษย์ มีวิถีชีวิตที่ไม่แปลกแยกจากชุมชน และอยู่กับครอบครัวได้อย่างปกติสุข
         1. ผู้มีคุณสมบัติได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
        (1)  มีสัญชาติไทย
        (2)  มีอายุ 60 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป โดยเป็นผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2492
        (3) ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้แก่ ผู้รับเงินบำนาญ  ผู้รับเงินเบี้ยยังชีพตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย  หรือกรุงเทพมหานคร  ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดให้เป็นประจำ
     
         2. ให้ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติตามข้างต้นยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้ สูงอายุด้วยตนเองต่อผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2552  จนถึงวันที่ 15  มีนาคม 2552 ในวัน เวลา และสถานที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด พร้อมหลักฐาน ดังต่อไปนี้
        (1) บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายพร้อมสำเนา
        (2) สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมสำเนา  สำหรับในกรณีที่ผู้ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุประสงค์ขอรับเงินเบี้ยยัง  ชีพผู้สูงอายุผ่านธนาคารในกรณีมีความจำเป็นไม่สามารถมาลงทะเบียนได้ตามวรรค หนึ่ง ผู้สูงอายุอาจมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงิน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทน
         3. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบคุณสมบัติและหลักฐานของผู้สูงอายุ ที่ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากข้อมูลทางทะเบียนราษฎรแล้วให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานที่อื่นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ กำหนด ภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552  สำหรับเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลให้จัดส่งรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในเขตพื้นที่ให้   อำเภอและจังหวัดทราบตามลำดับ และให้จังหวัดรวบรวมส่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นทราบต่อไป
          4. การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับตามระเบียบนี้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ่ายเป็นรายเดือนๆ ละ 1 ครั้ง ในอัตราเดือนละ 500 บาท ดังนี้
          (1) จ่ายเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
          (2) จ่ายเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามบุคคลที่ได้รับมอบหมายจาก ผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นลายลักษณ์อักษร
          5.ผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามระเบียบนี้ มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป และให้สิทธิของบุคคลดังกล่าวสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้
         (1) ถึงแก่กรรม
         (2) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๕
         (3) แจ้งสละสิทธิการขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุอยู่
    สอบถามเพิ่มเติม
     
    •ศูนย์ประชาบดี  โทร. 1300
    •ศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง
    •ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน โทร.1111 ตลอด 24 ชั่วโมง
    •สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร โทร 0-2245-5166 ในวันและเวลาราชการ (เฉพาะกรุงเทพมหานคร)
     
    ครม. ได้อนุมัติปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากเดิมที่จ่าย ให้ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 500 บาท
    ต่อเดือน ในอัตราที่เท่ากันทั้งหมด เป็นผู้ที่มีอายุ

    •60 -69 ปี จ่าย 600 บาท
    •70-79 ปี จ่าย 700 บาท
    •80-89 ปี จ่าย 800 บาท
    •90 ปีขึ้นไปจ่าย 1,000 บาท
     
    ทั้งนี้การปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2554 จะมีผู้สูงอายุได้รับประโยชน์รวม 6.5 ล้านคน รวมงบประมาณ 52,228 ล้านบาท เพิ่มจากวงเงินเดิม 16,219 ล้านบาท
     

  • รายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์รับเบี้ยยังผู้สูงอายุ



    รายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์รับเบี้ยยังผู้พิการ